Home > News > ตราดเปิดศูนย์เรียนรู้ "โซลาร์เซลล์" พัฒนาท่องเที่ยวสู่ "Low Carbon Tourism" (2013-07-30)

ตราดเปิดศูนย์เรียนรู้ "โซลาร์เซลล์" พัฒนาท่องเที่ยวสู่ "Low Carbon Tourism"

Publish Date : 2013-07-30 | TAG :

  

ตราดเปิดศูนย์เรียนรู้ "โซลาร์เซลล์" พัฒนาท่องเที่ยวสู่

"Low Carbon Tourism"

 

"ตราด" กำลังพัฒนาจังหวัดไปสู่การเป็นเมืองสีเขียว หรือ "Green City" เน้นการเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 


ล่าสุด องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) สำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง (สพพ.1) มีความพยายามรณรงค์จัดกิจกรรมรณรงค์ในพื้นที่ รวมทั้งพื้นที่ส่วนอื่นของจังหวัดตราดไปสู่การเป็นเมืองสีเขียวอย่างมั่นคงและยั่งยืน

"พลตรีหญิงจรัสพิมพ์ ธีรลักษณ์" ผู้จัดการ สพพ.1 เล่าว่า แนวคิดการพัฒนาการท่องเที่ยวของ อพท. เน้นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม หรือ "Low Carbon Tourism" เพื่อลดภาวะโลกร้อน โดยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และหันมาใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การกำจัดขยะ การทำแก๊สชีวมวล การใช้โซลาร์เซลล์ หรือกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

 


กิจกรรมดังกล่าวได้ทำต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ล่าสุด สพพ.1 ได้ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทดแทน โดยตั้งศูนย์เรียนรู้ระบบการผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ หรือ "โซลาร์เซลล์" เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาและนำไปใช้ประโยชน์

สำหรับศูนย์เรียนรู้พลังงานโซลาร์เซลล์ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ 1.ที่สำนักงาน สพพ.1 เป็นศูนย์เรียนรู้การประหยัดไฟฟ้า โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 40 แผ่น ให้พลังงานไฟฟ้า 3,240 วัตต์ จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้มากถึง 10%

2.ที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วงน้ำขาว อำเภอเมือง ใช้ระบบ Solar Add หรือ Grid Gu ผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ 23% 3.ที่วัดท่าโสม ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 16 แผ่น ผลิตไฟฟ้าได้ 4,480 วัตต์ คาดว่าจะลดค่าใช้จ่ายเดือนละ 3,000 บาท

4.ที่เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ ใช้แผงโซลาร์ 25 แผง กับแบตเตอร์ใหม่ 20 ตัว เพื่อผลิตไฟใช้ช่วงกลางคืน และเป็นศูนย์เก็บไฟฟ้าสำรองไว้ใช้กรณีไฟฟ้าดับ 5.ที่โรงเรียนบ้านอ่างกะป่อง ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง เปลี่ยนหลอดไฟมาใช้หลอด LED ที่ประหยัดไฟฟ้าได้มากกว่า ช่วยลดค่าไฟจากเดือนละ 30,000 บาท เหลือ 10,000 บาท และ 6.ที่บ้านผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ใช้ไฟฟ้าด้วยหลอด LED ทั้งหมด ซึ่งทั้ง 5 ศูนย์การเรียนรู้ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่บ้านผู้ว่าฯยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

"นันท์ ภักดี" ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทน กล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาชนมักจะคิดว่าโซลาร์เซลล์เป็นเรื่องยุ่งยาก แต่เมื่อ สพพ.1 จัดกลุ่มศึกษาเรียนรู้ ประชาชนทั่วไปได้นำไปทดลองใช้แทบทุกหลังคาเรือน เพราะมีทีมงานอาสมัครทำเป็นตัวอย่าง

"น่ายินดีที่การใช้โซลาร์เซลล์มีลู่ทางที่ดี กระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความร่วมมือเรื่องการขอใบอนุญาตและค่าใช้จ่ายการติดตั้งระบบ Grid Tie เพื่อเชื่อมโยงการผลิตการใช้ไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์"

ด้าน "ชูวิทย์ สุขสวัสดิ์" รองนายก อบต.ห้วงน้ำขาว ย้ำว่า การขยายผลการใช้โซลาร์เซลล์ไปสู่ประชาชนอย่างยั่งยืนนั้น

สถานศึกษา ผู้นำชาวบ้าน และชาวบ้าน ควรรวมตัวกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนถาวรมากกว่าการให้บริษัทมาติดตั้งให้ และเป็นการสร้างความเข้มแข็งภายในชุมชนอีกด้วย

ขณะที่ "เบญจวรรณ อ่านเปรื่อง" ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า มีแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาจังหวัดตราด

ภายใต้คอนเซ็ปต์เมืองสีเขียว หรือ Green City โดยเน้นให้ภาครัฐและภาคเอกชนจัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญต้องเร่งมือประชาสัมพันธ์ให้ภาคประชาชนเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกต้องและชัดเจน

(30 ก.ค.56 ประชาชาติธุรกิจ)



บริษัท พี เอ พี แก็ส แอนด์ ออยล์ จำกัด
240/48 ชั้น 22 อโยธยาทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร : (66)26928404-12 |แฟกซ์ : (66)269228413 | อีเมล์: marketing@pap-gas.com