Home > News > พร้อมลุยโซลาร์รูฟกระหึ่ม ดับบลิวเอชเอชูศักยภาพพื้นที่หลังคาล้าน ตร.ม. (2013-08-13)

พร้อมลุยโซลาร์รูฟกระหึ่ม ดับบลิวเอชเอชูศักยภาพพื้นที่หลังคาล้าน ตร.ม.

Publish Date : 2013-08-13 | TAG : โซลาร์รูฟ, พลังงานทดเเทน, พลังงาน, บริษัท PAP

  

 
Pic_362374

 

จากการที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ โดย เฉพาะการผลิตไฟฟ้าด้วยการติดแผงโซลาร์บนหลังคาบ้าน หรือ โซลาร์ รูฟ (Solar Roof) ซึ่งกระทรวงพลังงานตั้งใจผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นนับเป็นอานิสงส์แก่บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ผู้นำธุรกิจให้บริการเช่าพื้นที่และสร้างคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงานผลิตขนาดใหญ่ คุณภาพระดับพรีเมี่ยม ตามความต้องการของลูกค้า (Built-to-suit Strategy) ในไทย เนื่องจากปัจจุบันบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น มีคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้มีพื้นที่หลังคารวมๆกันถึง 1 ล้าน ตร.ม. ซึ่งนับว่ามีความเหมาะสมยิ่งในการทำโซลาร์รูฟ เพราะนอกจากมีพื้นที่หลังคาเป็นจำนวนมากแล้ว ยังเป็นหลังคาที่ติดกันเป็นผืนเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ด้วย

นพ.สมยศ อนันตประยูร ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า จากการที่บริษัทตั้งใจจะเป็นคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงานผลิตขนาดใหญ่ ที่ทันสมัยและมีคุณภาพ ทำให้บริษัทได้ตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะทำโครงการโซลาร์ รูฟ ดังนั้น จึงได้มีการลงทุนทำหลังคาให้มีความหนา สามารถรองรับแผงโซลาร์บนหลังคาไว้แล้ว เนื่องจากมั่นใจว่ารัฐบาลจะต้องมีการส่งเสริมให้เกิดโครงการนี้แน่ เพราะประเทศไทยเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากการดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหรือเชื้อเพลิงอื่นๆนั้นคงมีข้อจำกัด ขณะที่บ้านเราก็มีแสงแดดตลอดทั้งปี ที่สำคัญด้วยการที่บริษัทมีการดำเนินธุรกิจเป็นคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า ทำให้มีพื้นที่หลังคาเป็นจำนวนมาก

“โดยบริษัทมีแวร์เฮ้าส์ฟาร์ม หรือคอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของคลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้าอยู่เป็นจำนวนมาก กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งแต่ละคอมเพล็กซ์จะมีพื้นที่หลังคารวมกันตั้งแค่ 50,000-80,000 ตร.ม. (ขณะที่ในแต่ละคลังสินค้าก็มีพื้นที่หลังคาต่ำสุดอยู่ที่ 5,000 ตร.ม. และพื้นที่มากสุดถึง 53,000 ตร.ม.) โดยรวมพื้นที่หลังคาในทุกคอมเพล็กซ์แล้วถึงประมาณ 1 ล้าน ตร.ม. ทำให้บริษัทมีศักยภาพมากในการทำโซลาร์ รูฟ”

นพ.สมยศกล่าวอีกว่า จากศักยภาพดังกล่าวทำให้บริษัทถือว่ามีเนื้อหอมมากสำหรับผู้ผลิตและติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้าน เพราะไม่อาจจะหาพื้นที่หลังคาเพื่อทำโซลาร์ รูฟ ได้มากเท่าบริษัท ที่สำคัญยังไม่ต้องลงทุนเพิ่มอีกมากด้วย ขณะเดียวกันจากการที่แต่ละคอมเพล็กซ์ของศูนย์คลังสินค้าของบริษัทที่มีพื้นที่หลังคาอยู่เป็นจำนวนมาก ยังช่วยให้เกิดการประหยัดต่อขนาดกำลังการผลิต (Economy of scale) ของการผลิตไฟฟ้าแบบโซลาร์รูฟอีกด้วย ซึ่งหากใครที่สนใจจะเข้ามาทำโซลาร์รูฟเองก็คงไม่อาจจะสามารถหาพื้นที่หลังคาได้มากเท่ากับที่บริษัทมี ไม่ว่าจะใช้หลังคาบ้านหรือหลังคาโรงงานก็ได้เพียงพื้นที่จำกัด ซึ่งหากต้องการพื้นที่หลังคาเป็นจำนวนมาก ก็ต้องมีการกว้านหาพื้นที่หลังคา ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ขณะที่หากลงทุนเช่าหรือซื้อพื้นที่เองเพื่อการนี้ก็ถือว่าต้องลงทุนมากเกินไป ไม่คุ้มการลงทุนแน่ และยังไม่เกิดการประหยัดต่อขนาดกำลังการผลิตอีกด้วย

“ดังนั้น ในขณะนี้ได้มีบริษัทผู้ผลิตและติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้านหลายรายได้มีการเจรจาเพื่อร่วมทุนกับบริษัทในการดำเนินโครงการโซลาร์ รูฟ ซึ่งบริษัทเองก็มีนโยบายในการดำเนินธุรกิจแบบสร้างพันธมิตรร่วมธุรกิจมากกว่าจะดำเนินธุรกิจเองตามลำพัง เพราะต้องการผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้มาร่วมกันผลักดันให้โครงการไปได้ดี โดยขณะนี้ได้เจรจาที่จะมีการ่วมทุนกับผู้ผลิตและติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้านประมาณ 3 ราย ซึ่งจะมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่อีกประมาณ 3 บริษัทซึ่งจะเป็นบริษัทลูกของบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น เพื่อให้สะดวกต่อการดำเนินธุรกิจและแยกธุรกิจออกจากกันให้เห็นได้ชัดขึ้น ซึ่งบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทลูกทั้งหมดนี้ ทั้งนี้ การที่ต้องร่วมทุนกับบริษัทผู้ผลิตและติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้านถึง 3 ราย เป็นเพราะต้องการให้สามารถ เร่งติดตั้งโซลาร์รูฟได้รวดเร็วและมีศักยภาพ เพราะบริษัทมีพื้นที่ติดตั้งโซลาร์ รูฟ ถึง 1 ล้าน ตร.ม. โดยแต่ละบริษัทจะมีการรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ของการติดตั้งเพื่อให้ทันกับข้อกำหนดของรัฐบาลเมื่อประกาศออกมา”

นพ.สมยศกล่าวว่า สำหรับโครงการโซลาร์รูฟหากแล้วเสร็จในทันทีที่รัฐบาลประกาศไฟเขียวโครงการนี้ ก็จะทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มเข้ามาอีกช่องทางหนึ่ง นอกเหนือจากรายได้ในธุรกิจการให้เช่าคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงานผลิตขนาดใหญ่ ขณะที่ในส่วนของบรรดาลูกค้าที่ได้เช่าพื้นที่เพื่อทำคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า ตลอดจนโรงงานผลิตขนาดใหญ่นั้นก็ไม่มีปัญหาในการที่บริษัทจะใช้หลังคาของคลังสินค้าเหล่านี้มาทำโซลาร์รูฟ เพราะได้มีการทำสัญญาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าในส่วนพื้นที่หลังคานั้นเป็นของบริษัท ซึ่งบริษัทก็ได้แจ้งแก่ลูกค้าแล้วว่ามีแผนจะทำโซลาร์รูฟ ซึ่งลูกค้าก็เห็นด้วยทั้งนั้น เพราะการทำโซลาร์รูฟนั้นจะทำให้เกิดพื้นที่ฉนวนกันความร้อนภายใต้หลังคาของคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มมากขึ้น จึงช่วยให้ลูกค้าประหยัดพลังงานมากขึ้น ขณะเดียวกัน เมื่อหลังคาถูกทำเป็นโซลาร์รูฟ ซึ่งถือเป็นพลังงานสะอาด หรือ กรีนเอนเนอร์ยี่ (Green Energy) ก็ได้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ลูกค้าที่ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย.

ขอขอบคุณข่าวจาก  ไทยรัฐ



บริษัท พี เอ พี แก็ส แอนด์ ออยล์ จำกัด
240/48 ชั้น 22 อโยธยาทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร : (66)26928404-12 |แฟกซ์ : (66)269228413 | อีเมล์: marketing@pap-gas.com