Home > News > ศาลสั่งยกคำร้องชะลอขึ้นLPG “เพ้ง”จ่อขยายเวลารับซื้อไฟรูฟท็อป (2013-10-08)

ศาลสั่งยกคำร้องชะลอขึ้นLPG “เพ้ง”จ่อขยายเวลารับซื้อไฟรูฟท็อป

Publish Date : 2013-10-08 | TAG :

  

ศาลสั่งยกคำร้องชะลอขึ้นLPG “เพ้ง”จ่อขยายเวลารับซื้อไฟรูฟท็อป

“เพ้ง” เผย ศาลปกครองยกคำร้องไม่คุ้มครองกรณีผู้บริโภคขอชะลอปรับขึ้นราคาแอลพีจี ด้าน กบง.ลดเก็บเงินดีเซล 40 สต.ต่อลิตร ชี้ค่ายน้ำมันควรลดราคาเบนซิน 30 สต.ต่อลิตร กระทรวงพลังงานเล็งขยายโควตารูฟท็อปเพิ่ม หลังเอกชนเสนอขายเกิน 500 เมกะวัตต์ 

       นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค.2556 ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้องของมูลนิธิคุ้มครองเพื่อผู้บริโภค กรณีที่มูลนิธิได้ขอให้ศาลระงับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 13 ส.ค.2556 ที่ปรับขึ้นราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) เดือนละ 50 สต.ต่อ กก. ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2556 จนสะท้อนโรงแยกก๊าซที่ 24.82 บาทต่อ กก. โดยศาลได้วิเคราะห์แล้วว่าการปรับขึ้นราคาดังกล่าว กระทรวงพลังงานได้มีโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคา โดยภาคครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน และร้านค้า หาบเร่ แผงลอย สามารถส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อลดผลกระทบ ซึ่งสามารถใช้แอลพีจีราคาเดิมที่ 18.13 บาทต่อ กก.ได้
    "การปรับขึ้นราคาขายปลีกกระทบต่อประชาชนเพียงบางส่วน และไม่ถึงขนาดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันของภาวะเศรษฐกิจ และประชาชน จึงไม่ใช่ความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยา และการที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติ ครม. ตามคำร้องขอของผู้ฟ้องนั้น อาจเป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐ หรือแก่การบริการสาธารณะ  เพราะการอุดหนุนผู้ใช้แอลพีจีราคาถูก ทำให้อาจเกิดลักลอบนำแอลพีจีขายประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากแอลพีจีในประเทศราคาถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลสมควรที่จะมีคำสั่งทุเลาบังคับตามคำร้องของผู้ฟ้องคดี จึงมีคำสั่งยกคำขอดังกล่าวของผู้ฟ้องคดี
    สำหรับมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)  เห็นชอบให้ปรับลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนของน้ำมันดีเซลลง 40 สตางค์ต่อลิตร และเก็บเงินเข้ากองทุนฯ เพิ่มในส่วนของน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 95 และ 91 เพิ่ม 30 สตางค์ต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์อี 20 เก็บเพิ่ม 20 สตางค์ต่อลิตร เพื่อให้ค่าการตลาดน้ำมันอยู่ในระดับที่เหมาะสมระดับ 1.50 บาทต่อลิตร พร้อมทั้งเห็นว่าผู้จำหน่ายควรปรับลดราคาเบนซินหน้าปั๊มลง 30 สตางค์ต่อลิตรเร็วๆ นี้ เพราะค่าการตลาดยังสูงถึง 1.74 บาทต่อลิตร
     นายพงษ์ศักดิ์กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการผลิตไฟฟ้าบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ว่า กำลังพิจารณาให้ขยายระยะเวลาขายไฟฟ้าเข้าระบบ (ซีโอดี) สำหรับภาคเอกชนและบ้านเรือนออกไป จากเดิมกำหนดให้ผลิตไฟฟ้าเข้าระบบภายในวันที่ 31 ธ.ค.2556 แต่เนื่องจากมองว่าระยะเวลาดังกล่าวน้อยเกินไป และอาจติดตั้งไม่ทัน ส่วนจะขยายไปได้ถึงวันไหนนั้นจะพิจารณาอีกครั้ง นอกจากนี้ยังเตรียมพิจารณาเพิ่มโควตาการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปทั้งภาคเอกชนและบ้านเรือนด้วย เพราะขณะนี้มีภาคเอกชนสนใจยื่นเข้าร่วมโครงการสูงกว่า 500 เมกะวัตต์ จากที่เปิดซื้อเพียง 100 เมกะวัตต์ ขณะที่บ้านเรือนยังเสนอเข้ามาเพียง 5-6 เมกะวัตต์ จากโควตาทั้งหมด 100 เมกะวัตต์.

ขอขอบคุณข่าวดีๆจาก ไทยโพสต์



บริษัท พี เอ พี แก็ส แอนด์ ออยล์ จำกัด
240/48 ชั้น 22 อโยธยาทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร : (66)26928404-12 |แฟกซ์ : (66)269228413 | อีเมล์: marketing@pap-gas.com