Home > News > ดีเดย์ปรับก๊าซครัวเรือนอีก ขนาดม็อบ กปปส.ปิดพลังงานยังอั้นไม่อยู่ (2014-02-25)

ดีเดย์ปรับก๊าซครัวเรือนอีก ขนาดม็อบ กปปส.ปิดพลังงานยังอั้นไม่อยู่

Publish Date : 2014-02-25 | TAG : เเก็ส, LPG, โรงงาน, าซครัวเรือน

  

 
Pic_405853

 

พลังงานเดินหน้าปรับขึ้นแอลพีจีครัวเรือนตามมติ ครม.เดิม 1 มี.ค.ขยับอีก 50 สต.เป็น 21.63 บาทต่อ กก.สูงกว่าภาคขนส่ง 25 สตางค์ เล็งหามาตรการคุมใช้ผิดประเภท เหตุราคาแอลพีจีขนส่งยังต้องรอรัฐบาลใหม่เคาะ ด้าน “สนพ.” เผยผลศึกษาความต้องการใช้ไฟใหม่ “พีดีพี 2014” พบพีคลดลงถึง 2,000 เมกะวัตต์จากภาวะเศรษฐกิจ

นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า การปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือน งวดวันที่ 1 มี.ค.นี้ จะยังคงเป็นไปตามแผนเดิม ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่ต้องขึ้นอีก 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม (กก.) หรือขึ้นไปอยู่ที่ 21.63 บาทต่อ กก. ขณะที่ราคาแอลพีจีภาคขนส่งจะยังไม่มีการปรับขึ้นโดยจะอยู่ที่ราคาเดิม คือ 21.38 บาทต่อ กก. เนื่องจากกระทรวงพลังงานยังไม่สามารถเสนอมาตรการลดผลกระทบต่อรถโดยสาร สาธารณะโดยเฉพาะกลุ่มแท็กซี่ได้ จึงต้องรอเสนอรัฐบาลชุดใหม่

“เดิม กพช.ให้อำนาจคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) ให้มีสิทธิพิจารณาขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่งให้เท่ากับราคาแอลพีจีภาคครัว เรือน แต่กระทรวงพลังงานยังไม่ได้หารือถึงมาตรการลดผลกระทบแท็กซี่ เพื่อไม่ให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร  ดังนั้น  การขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่งและมาตรการช่วยเหลือต่างๆก็ต้องรอรัฐบาลใหม่ที่ ทุกฝ่ายต้องรอก่อน”

นายสุชาลี สุมามาลย์ รองผู้อำนวยการ สนพ. กล่าวว่า มติ กพช.ที่อนุมัติให้ทยอยปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนเดือนละ 50 สตางค์ต่อ กก.ตั้งแต่เดือน ก.ย.56 และเมื่อชนเพดานกับราคาแอลพีจีภาคขนส่ง ก็จะปรับขึ้นไปพร้อมกันเพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกันที่ 24.82 บาทต่อ กก. แต่ขณะนี้ก็ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่มาตัดสินใจ “ราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง แม้จะยังมีราคาแตกต่างกัน 25 สต.ต่อ กก. แต่ สนพ.ยังมั่นใจว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาการลักลอบใช้ข้ามประเภท แต่ยอมรับว่าถ้าราคาแตกต่างกันต่อเนื่องรวม 2 เดือนหลังเดือน มี.ค.นี้ ก็อาจมีปัญหาการลักลอบได้เช่นกัน กระทรวงพลังงานจึงต้องเร่งหามาตรการดูแลไม่ให้เกิดการลักลอบใช้ผิดประเภท

นาย สุชาลียังกล่าวถึงการปรับปรุงค่าพยากรณ์ ความต้องการไฟฟ้าในระยะยาว ว่า ค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ที่ทำการศึกษาโดยศูนย์บริการวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ที่จะปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการใช้ไฟฟ้าในปัจจุบัน เพื่อนำไปเป็นองค์ประกอบจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ (พีดีพี 2014) ซึ่งผลการศึกษาค่าพยากรณ์พบว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ในช่วงปลายแผนของ พีดีพีใหม่ หรือปี 2573 จะลดลงจากพีดีพีเดิม (พีดีพี 2001 ปรับปรุงครั้งที่ 3) ประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ หรือจะช่วยลดการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ๆ คิดเป็นมูลค่าได้ประมาณ 60,000 ล้านบาท

“ในปี 2573 พีคของเดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 52,256 เมกะวัตต์ แต่ของใหม่คาดว่าจะอยู่ที่ 50,148 เมกะวัตต์ ส่วนปริมาณหน่วยไฟฟ้าในปี 2573 คาดว่าจะอยู่ที่ 318,429 ล้านหน่วย ขณะที่ของเก่าอยู่ที่ 346,767 ล้านหน่วย หรือลดลง 14,572 ล้านหน่วย ก็จะทำให้ประหยัดการลงทุนไฟฟ้า และจะสะท้อนไปที่ต้นทุนค่าไฟฟ้าของประชาชนให้ลดลงได้ระดับหนึ่ง”

สำหรับ การพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ จะแตกต่างจากการพยากรณ์เดิม ที่นอกเหนือจะปรับการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ปีที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขจริงๆที่จะลดลงเหลือ 2.9%จากเดิมที่จะเติบโต 4-5%  แล้วยังนำเอาแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี รวมกับแผนประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า และการใช้ ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม ที่เดิมจะมีเพียง 8 สาขาเพิ่มเป็น 11 สาขา เพื่อให้ค่าพยากรณ์มีความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งหากไม่ปรับจะทำให้ค่าพยากรณ์การใช้ไฟสูงเกินความเป็นจริง “ค่าพยากรณ์ไฟฟ้าใหม่ดังกล่าวจะแล้วเสร็จประมาณเดือน มี.ค.นี้ หลังจากนั้นจะเสนอเข้าไปยังคณะทำงานที่จัดทำแผนพีดีพีเพื่อรอเสนอรัฐบาลใหม่ พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป.

ขอขอบคุณข่าวดีๆจาก ไทยรัฐ



บริษัท พี เอ พี แก็ส แอนด์ ออยล์ จำกัด
240/48 ชั้น 22 อโยธยาทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร : (66)26928404-12 |แฟกซ์ : (66)269228413 | อีเมล์: marketing@pap-gas.com