Home > News > กบง. เคาะขึ้นราคา LPG และ NGV ภาคขนส่ง โดยให้มีผลทันที ในช่วงเช้าวันนี้ (1 ต.ค. 57) แต่ให้ตรึงรถสาธารณะไว้เท่าเดิม (2014-10-01)

กบง. เคาะขึ้นราคา LPG และ NGV ภาคขนส่ง โดยให้มีผลทันที ในช่วงเช้าวันนี้ (1 ต.ค. 57) แต่ให้ตรึงรถสาธารณะไว้เท่าเดิม

Publish Date : 2014-10-01 | TAG : LPG-NGV, NGV, LPG, เเก็ส

  

ราคา "LPG-NGV" ปรับขึ้น! มีผลทันทีช่วงเช้าวันนี้ 1 ต.ค.

1 ตุลาคม 2557 เวลา 07:19 น.
 
 

ผู้ใช้แอลพีจี และเอ็นจีวี ภาคขนส่ง วันนี้ (1 ต.ค. 57) จะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีก โดยแอลพีจีปรับตัวขึ้น 0.62 บาท/กิโลกรัม อยู่ที่ 22 บาท/กิโลกรัม จากเดิมอยู่ที่ 21.38 โดยเอ็นจีวีปรับขึ้นอีก 1 บาท/กิโลกรัม จาก 10.50 บาท เป็น 11.50 บาท/กิโลกรัม ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2557 ที่มีนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกแอลพีจีภาคขนส่ง และเอ็นจีวี มีผล ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2557 เพื่อสะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น และเพื่อไม่ให้เกิดแรงจูงใจในการลักลอบใช้แอลพีจีผิดประเภท โดยในส่วนของแอลพีจีภาคขนส่งที่ปรับเพิ่มขึ้น 0.62 บาท/กิโลกรัม ซึ่งเป็นการปรับขึ้นในส่วนของการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่มจากเดิม 3.0374 บาท เป็น 3.6168 บาท/กิโลกรัม

ทั้งนี้ ราคาขายปลีกเอ็นจีวีปรับขึ้น 1 บาท/กิโลกรัม จาก 10.50 บาท เป็น 11.50 บาท/กิโลกรัม โดยในส่วนของรถสาธารณะที่ใช้เอ็นจีวี ได้แก่ รถแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก รถตู้โดยสารสาธารณะ ทั้งรถร่วม ขสมก. และ บขส. ราคายังคงเดิมที่ 8.50 บาท/กิโลกรัม ส่วนราคาเอ็นจีวีจะมีการปรับขึ้น 1 บาท/กิโลกรัม ทุก 6 เดือนตามที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยมีข้อตกลงกันไว้หรือไม่นั้น จะต้องรอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง

นอกจากนี้ ที่ประชุม กบง. ยังเห็นชอบปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันดีเซลขึ้น 0.40 บาท/ลิตร จากเดิมจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ สำหรับดีเซล 1.70 บาท/ลิตร ปรับเป็นจัดเก็บ 2.10 บาท/ลิตร เนื่องจากค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันในส่วนของดีเซลอยู่ในระดับสูง แต่การปรับอัตราส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ครั้งนี้จะไม่มีผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลแต่อย่างใด

นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี 1 บาท จะส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งของรถบรรทุกปรับขึ้นทันที 5% แต่เบื้องต้นจะยังไม่ปรับขึ้นค่าขนส่ง เพราะไม่ต้องให้ผู้ใช้บริการเดือดร้อนและปัญหาของรถบรรทุกขณะนี้ไม่ใช่เรื่องต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นเรื่องจำนวนสถานีบริการเอ็นจีวีที่ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ประกอบการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจจึงต้องการให้ ปตท. เพิ่มจำนวนสถานีบริการให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ แต่หาก ปตท. ไม่ขยายสถานีบริการภายในสิ้นปีนี้ ทางผู้ประกอบการรถบรรทุกก็จะขอขึ้นค่าขนส่งอีก 5%

ด้าน นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี และแอลพีจี จะกระทบต่อต้นทุนของรถแท็กซี่เพียงเล็กน้อย โดยยังอยู่ในกรอบการขอปรับขึ้นค่าโดยสารจากปัจจัยต้นทุนค่า ครองชีพ 8-11% น้อยกว่าเดิมที่คาดว่าการปรับขึ้นราคาพลังงานอาจทำให้ต้องต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง 20% เนื่องจากปัจจุบันรถแท็กซี่ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิงจำนวน 60,000 กว่าคัน ได้รับการอุดหนุนราคาจาก ปตท. เพิ่มเติมอีก 1 บาทตามราคาก๊าซเอ็นจีวีที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่วนรถแท็กซี่ที่ใช้ก๊าซแอลพีจีเป็นเชื่อเพลิงจำนวน 10,000 กว่าคัน จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 30 บาท/วันเท่านั้น ซึ่งผู้ประกอบการยังพอแบกรับต้นทุนได้

ขณะที่ นางสุจินดา เชิดชัย (เจ๊เกียว) นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร กล่าวว่า การขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีและแอลพีจีไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรถโดยสาร เนื่องจากผู้ประกอบการที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีและแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงเป็นผู้เดินรถทางสั้นระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร เช่น รถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขณะที่ผู้ประกอบการรถโดยสารจะเดินรถทางไกลระยะทางมากกว่า 500 กิโลเมตร ซึ่งใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง

 
ผู้สื่อข่าว : ทีมข่าวสปริงนิวส์



บริษัท พี เอ พี แก็ส แอนด์ ออยล์ จำกัด
240/48 ชั้น 22 อโยธยาทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร : (66)26928404-12 |แฟกซ์ : (66)269228413 | อีเมล์: marketing@pap-gas.com