Home > News > Liquefied Petroleum Gas หรือ LPG (2014-07-23)

Liquefied Petroleum Gas หรือ LPG

Publish Date : 2014-07-23 | TAG :

LPG ย่อมาจาก Liquefied Petroleum Gas หรือ LP gas ก็สามารถเรียกได้เช่นกัน LPG เป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือกที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลกทุกวันนี้ และในบางที มันถือเป็นพลังงานหลักในการทำความร้อนและการปรุงอาหาร เช่นในประเทศอินเดีย และพื้นที่ห่างไกล บางแห่งในสหรัฐอเมริกา และ ยิ่งในปัจจุบันที่ราคาพลังงานน้ำมันเพิ่มขึ้น อย่างก้าวกระโดดด้วยแล้ว การใช้ Gas ดูเหมือนว่ามันทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง

อะไรคือ LPG ?
มี LP gas อยู่ 2 ชนิดที่สามารถถูกเก็บในรูปแบบของเหลวภายใต้แรงกดดัน คือ โปรเพน(propane) และ บิวเทน (butane) ในขณะที่ ในขณะที่ isobutane ซึ่งมีส่วนประกอบทางเคมีที่ต่างกับ บิวเทน ก็มีการใช้งานเช่นกัน โดยปกติแล้ว บิวเทน และ ไอโซบิวเทน จะถูกผสม กับ โปรเพน ในหลายๆสูตร ขึ้นอยู่กับความต้องการ เพื่อนำไปใช้พลังงาน

Propane คือเชื้อเพลิงที่สามารถพกพาได้ เพราะมีจุดเดือดที่ -44F หรือ -42C นั่นหมายถึง ถึงแม้ว่าที่อุณหภูมิต่ำมากๆ มันก็จะกลายเป็นไอแทบจะทันทีที่มันถูกปล่อยออกจากภาชนะบรรจุมัน ซึ่งมีความดันคุมอยู่

Butane มีจุดเดือดอยู่ที่ 31F (-0.6C) ซึ่งนั่นหมายถึงมันจะไม่เปลี่ยนเป็นไอในอุณหภูมิ ที่เย็นมากๆ และนั่นทำให้ บิวเทนนั้นหมายถึงการนำไปใช้งานที่ยากขึ้น และ ทำให้ ในหลายๆ กรณี เราจะต้องผสมระหว่าง บิวเทน และ โปรเพน แทนที่จะใช้มันแบบเดี่ยวๆ

น้ำหนักหนึ่งปอนด์ของ โปรเพน สามารถให้พลังานได้ถึง 21,548 BTU ในขณะที่บิวเทน ให้พลังงานที่ 21,221 BTU ซึ่งสามารถเปรียบเทียบกับพลังงานอย่างอื่นได้ดังนี้

  • น้ำมันเชื้อเพลิง : 21,200 BTU
  • ถ่านหิน : 10,000 BTU
  • ไม้ : 7,000 BTU

แหล่งที่มาของ LPG
LPG คือหนึ่งในพลังงานจาก ฟอสซิล เช่นเดียวกับน้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ และการจะได้มาซึ่ง LPG นั่นจะต้องอาศัยการกลั่นน้ำมันดิบหรือ Crude Oil ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่า LPG นั้นเป็นผลพลอยได้โดยอัตโนมัติ เพราะว่าบริษัท กลั่นน้ำมันส่วนใหญ่ก็จะมุ่งไปที่น้ำมันซึ่งเป็นรายได้หลัก

แต่การกลั่นน้ำมันก็ใช่ว่าจะเป็นหนทางเดียวกับการได้มาซึ่ง LPG เพราะว่า การขุดเจาะก๊าซธรรมชาติจากพื้นดินนั้น ปกติจะได้มาซึ่งก๊าซมีเทน 90% แต่ที่เหลือจะเป็น LPG เช่นกัน ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งปกติบริษัทที่ขุด จะทำการแยก LPG ออกจาก มีเทนเสียก่อนที่จะส่ง มีเทนไปใช้งาน

LPG กับการใช้งานใกล้ตัว
LPG นั้นเก็บง่ายและปลอดภัย และ เคลื่อนย้ายง่ายอีกด้วย ทำให้มันมีการ นำไปใช้งานในหลายๆ รูปแบบ อย่างหนึ่งซึ่งใกล้ตัวเรามากคือไฟแช็ค ซึ่ง เป็นส่วนผสมระหว่าง บิวเทน และ ไอโซบิวเทน ใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็อาจจะเป็น แก๊สที่เราเอาไว้สำหรับการตั้งแค้ม เพื่อปิ้งย่าง ซึ่งนั้นคือ โปรเพน

LPG นั้นไม่เพียงแต่เป็นพลังงานสำหรับการใช้งานส่วนตัวในขณะบ้านเท่านั้น แต่ในอุตสาหกรรมก็มีการใช้งานกว้างขวางเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการให้ความร้อน และอุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมแก้วและเซรามิค

และหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ LPG เข้าไปมีบทบาทอย่างมากคือ การใช้งานใน อุตสหกรรมยานยนต์ หรือ รถยนต์ที่ใช้แก๊สนั่นเอง

Autogas
ตามข้อมูลของ World Liquefied Petroleum Gas Association (WLPGA) พบว่า ปัจจุบันมียานพาหนะกว่า 9 ล้านคันใน 38 ประเทศใช้ LPG และมันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่อย่างใด เพราะว่า ยานพาหนะที่ใช้แก๊สโปรเพนนั้นมีการใช้งานมา ทศวรรต เพราะ จุดเด่นและประโยชน์ดังต่อไปนี้ - ลดมลภาวะ ตามข้อมูลของ WLPGA พบว่า การใช้ LPG นั้นได้ ก๊าซคาร์บอนมอนน๊อกไซต์น้อยกว่า 50% และ ไฮโดรคาร์บอนน้อยกว่า 40% ไนโตรเจนอ๊อกไซต์น้อยกว่า 35% เมื่อเทียบกับน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนั้น LPG ยังให้ค่า อ๊อกเทนที่สูง ทำให้ได้ประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ น้ำมันเชื้อเพลิง และ ดีเซล

ในปัจจุบันมีบริษัทผลิตรถยนต์หลายบริษัท ได้สร้างรถที่ใช้พลังงานก๊าซ เช่น Ford, General Motors และ Daimler-Chrysler แต่รถพวกนี้ปกติก็ไม่ได้อยู่ในโชว์รูม คุณจะต้องสั่งพิเศษ

สำหรับรถที่มีการใช้งานแก๊สอย่างเดียวนั้น เป็นสิ่งที่หาได้ยากมากทีเดียว เพราะนั้น หมายถึงการปรับแต่งเครื่องยนต์มาจากโรงงานเพื่อให้เหมาะกับการกับการใช้แก๊สจริงๆ แต่ก็มีการใช้งานอยู่บ้างในยุโรป

สำหรับ dual fuel systems หรือระบบสองพลังงานนั้นจะเป็นระบบที่มีการใช้งานแพร่ หลายที่สุดในปัจจุบัน เพราะความสะดวกและไม่จำเป็นจะต้องหาเติมเฉพาะแก๊ส แต่เติมได้ทั้งน้ำมันและแก๊ส เพราะบางครั้งการหาปั๊มแก๊สก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

การเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงรถยนต์จากระบบน้ำมันไปเป็นการใช้พลังงานคู่นั้น จำเป็น จะต้องอาศัยช่างผู้เชี่ยวชาญ โดยนอกจากติดตั้งที่ร้านที่ชำนาญแล้ว ในอเมริกาเองยังมีชุด kit สำหรับการติดตั้งเองได้ ถ้าท่านมีความรู้ด้านเครื่องยนต์

ความปลอดภัยและการเก็บรักษา
LPG นั้นมีความปลอดภัยค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับพลังงานอย่างอื่น เพราะว่า โปรเพนนั้นมีอุณหภูมิจุดระเบิดสูง โดยอยู่ที่ประมาณ 850-950 (450-510C) เปรียบเทียบกับ 495F (257 C) สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง นั่นหมายถึง ทำให้มัน จุดระเบิดง่าย

นอกจากนั้นแล้วถังที่ใช้เก็บโปรเพนนั้น แข็งแรงกว่า ถังน้ำมันด้วยซ้ำ เพราะว่า มันต้องรองรับความกดดันได้ เมื่อโปรเพนอยู่ในรูปของเหลวภายใต้แรงกดดัน นอกจากนั้นถังก็ยังรองกับการกระแทกได้มากกว่าถังน้ำมันด้วยเช่นกัน

สำหรับการเก็บรักษาแก๊สอย่างปลอดภัยนั้น มีข้อควรระวังอยู่บ้างเช่นกัน เช่น จะต้องจำไว้เสมอว่าถังแก๊สนั้นจะไม่มีทางอยู่ในลักษณะที่ว่างปล่าวจริงๆ นั่นหมายถึง เมื่อเราเติมแก๊ส แก๊สส่วนใหญ่จะถูกอยู่ภายใต้ความกดให้อยู่ในรูปของเหลว แต่ในความกดดันที่ปลอดภัยนั้นทำให้ ไม่ใช่ทั้งหมดของโปรเพนที่ถูกอัดอยู่ในรูปของเหลว มันจะมีโปรเพนจำนวนน้อยอยู่ในรูปแก๊ส และเมื่อโปรเพนถูกใช้ไป จะทำให้ความกดดันเพิ่มขึ้น ทำให้โปรเพนที่อยู่ในรูปของเหลวมีน้อยลง ในขณะเดียวกันส่วนที่เป็นแก๊สก็จะเพิ่มมากขึ้น

เพราะฉะนั้นถังควรถูกเติมที่ความจุไม่เกิน 80% เท่านั้น นอกจากนั้นแล้วการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิจะส่งผลทำให้มีความเปลี่ยนแปลงความดันภายในถังเช่นกัน ถ้าคุณเติมถังเต็ม 100% ในขณะที่อุณหภูมิต่ำ และทิ้งรถไว้ในวันที่มีอากาศร้อนในวันถัดมา ความดันจะเพิ่มขึ้นจะอาจจะ เกิดอันตรายมาก 

* บทความนี้เป็นบทความแปลจาก how stuff works โดยมิได้มีการเพิ่มความคิดเห็นของผู้แปล หรือ เปลี่ยนแปลง ข้อความแต่อย่างใด




Home | Product & Service | News & Visit | Activity & CSR | Company | Job | Download | Foundation | Search | Contact US | Sitemap

บริษัท พี เอ พี แก็ส แอนด์ ออยล์ จำกัด
240/48 ชั้น 22 อโยธยาทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร : (66)26928404-12 |แฟกซ์ : (66)269228413 | อีเมล์: marketing@pap-gas.com